ประวัติความเป็นมา
เกาะกูดปรากฏชื่อเป็นครั้งแรกในเอกสารประวัติศาสตร์พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์รัชกาลที่ 3 ฉบับเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ ฉบับตัวเขียน นักวิชาการให้ความเห็นว่าเกาะกูดซึ่งอยู่ในจังหวัดตราด ดินแดนทางภาคตะวันออกสุดเมื่อราว 65 ล้านปี ได้แยกตัวออกมาจากส่วนปลายทิวเขาบรรทัดที่เป็นหินทราย
จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์เกาะกูดปรากฏในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ปีพุทธศักราช 2325 ซึ่งเป็นปีเดียวกันกับที่ก่อตั้งกรุงเทพมหานคร เมื่อองค์เชียงสือ เจ้าเมืองญวณ และครอบครัวได้หลบหนีกองทัพขององค์ไกเซินเจ้าเมืองกุยเยินที่ยกมาตีเมืองไซ่ง่อน ซึ่งเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารที่กรุงเทพมหานคร ต่อมาในปีจุลศักราช 11 (พ.ศ.๒๓๒๙) องค์เชียงสือคิดกอบกู้บ้านเมืองคืน ครั้นจะกราบทูลลาออกไปก็เกรงพระอาญา ด้วยการศึกพม่ายังรบพุ่งติดพันกันอยู่จึงเขียนหนังสือกราบถวายบังคมลาแล้วหนีออกมาพร้อมด้วยองญวณอีกหลายคน หนีออกจากรุงเทพฯ มาลงเรือที่เกาะสีชัง แล่นเรือชักใบมา ๗ วัน จึงถึงเกาะกูดที่ไม่มีคนอยู่เลย ชนพื้นถิ่นดั้งเดิมของเกาะกูดส่วนใหญ่เป็นคนไทยเชื้อสายจีนที่อพยพมาจากเมืองปัจจันตคีรีเขตร์ (เกาะกง) ที่ตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศสเมื่อปี พ.ศ.๒๔๔๗ มีหมู่บ้านคลองมาดเป็นหมู่บ้านที่เก่าแก่ที่สุด
เดิมเกาะกูดเป็นหมู่บ้านที่ขึ้นกับตำบลเกาะหมาก อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด ต่อมาได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นตำบลเกาะกูด เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๓ ตัวเกาะกูดมีระยะห่างจากอำเภอคลองใหญ่ประมาณ ๔๐ กิโลเมตร ประชาชนชาวเกาะกูดมีความยากลำบากในการเดินทางไปติดต่อราชการ ประกอบกับเกาะกูดอยู่ใกล้ดินแดนประเทศกัมพูชาด้านเกาะกงมากกว่าฝั่งไทย ทางราชการจึงมีนโยบายเพื่อความมั่นคงและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดยได้ยกฐานะเกาะกูดและเกาะข้างเคียงขึ้นเป็น กิ่งอำเภอเกาะกูด ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยลงวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๓๓ โดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๓๓ ต่อมาได้ยกฐานะจากกิ่งอำเภอเกาะกูดเป็น อำเภอเกาะกูด ตามราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ ๑๒๔ ตอนที่ ๔๖ก ลงวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๐ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๘ กันยายน ๒๕๕๐